5 หนังสยอง…ชวนขนลุก! คนรักหนังสยองขวัญ ห้ามพลาด!!

ใครเป็นคอ ดูหนังออนไลน์ สยองขวัญ…ยกมือขึ้นหน่อยเร็ว! ใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้แน่นอนว่าต้องเป็นแฟนคลับคนรักหนังออนไลน์สยองขวัญอย่างแน่นอน วันนี้จะมาแนะนำหนังสยองขวัญสุดโหดจะทำให้เพื่อนๆและขวัญสั่นประสาทเลยทีเดียว บอกเลยว่าไม่ว่าจะดูกี่ครั้งกี่หนก็จะรู้สึกขนหัวลุกทุกครั้งที่ดู มาดูกันเลยว่ามีหนังเรื่องอะไรบ้าง ตามมา..Go Go!!
1. The Eye
เป็นภาพยนตร์ที่รีเมคจากหนังสยองขวัญของเอเชีย กว่ารายได้ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งได้ดาราสาวมากความสามารถอย่าง “เจสสิก้า อัลบา” มารับบทเป็นนักไวโอลินสาวที่มองเห็นสิ่งแปลกประหลาด จนทำให้เนื้อเรื่องนั้นเข้าสู่ความสยองขวัญที่คาดไม่ถึง
สาเหตุที่ทำให้มองเห็นสิ่งแปลกประหลาดนั้น…ก็เพราะว่าเธอได้รับการผ่าตัดกระจกตา ซึ่งมีโอกาสให้เธอมองเห็นได้อีกครั้ง แต่เมื่อเธอผ่าตัดตาเสร็จลืมตาขึ้นมาจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น บอกเลยว่าดวงตาคู่ใหม่ของเธอนั้นทำให้เธอก้าวสู่โลกที่แปลกประหลาดจนน่าขนลุกเลยทีเดียว
2. No One Lives
ในเรื่องนี้ได้ “ลุค อีแวนส์” มารับบทเป็นฆาตกรโรคจิตที่หน้าตาดีและมาพร้อมกับความโหดเหี้ยมอำมหิตเกินมนุษย์! เรื่องนี้ได้เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเพราะมีการหักมุมได้สะใจจนติดอันดับ เนื้อเรื่องคร่าวๆนั้นก็คือ….มีกลุ่มอันธพาลกำลังมองหาเหยื่อรายใหม่ ก็คือคู่รักที่นั่งทานอาหารกันอยู่ในมุมมืดของบาร์ โดยที่กลุ่มนี้ยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นฆาตกรโรคจิต งานนี้จากมองเขาเป็นเหยื่อกลับกลายเป็นเหยื่อซะเอง!
3. The Haunting In Connecticut
ภาพยนตร์ที่น่าขนหัวลุกเพราะได้สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของครอบครัวไวริค เป็นเรื่องราวของสามีภรรยาจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ในจอร์เจีย แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อเอมี่ลูกสาวคนเดียวของเขาได้เริ่มเห็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ และความกลัวนั้นก็มากขึ้นทุกวันเมื่อทั้งคู่ก็ได้พบประสบการณ์สุดสยองขวัญด้วยตัวเอง บอกเลยว่าบ้านนี้มีความรักที่เกิดขึ้นมาหลายชั่วอายุคน!!
4. Texas Chainsaw Massacre
ภาพยนตร์สุดโหดที่ได้แรงบันดาลใจจากฆาตกรต่อเนื่องตัวจริง “เอ็ด กีน” ได้นำมาสร้างเป็นเรื่องราวสุดระทึกขวัญเกี่ยวกับการเอาตัวรอด จากฆาตกรที่โหดชอบทรมานเหยื่อด้วยเลื่อยไฟฟ้า และยังชอบถลกหนังเหยื่อออกมาสวมปิดบังใบหน้าของตัวเอง เนื้อเรื่องนั้นจะเป็นเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังวางแผนเดินทางไปชมคอนเสิร์ต แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร!!เมื่อต้องมาลงเอยด้วยความสยอง…
5. The Last Exorcism
เป็นหนังผีสุดคลาสสิคที่เต็มไปด้วยฉากหลอนๆขนหัวลุกมากมาย และยังสร้างมาจากเรื่องจริงของพิธีขับไล่ปีศาจของเด็กชายอายุ 13 ปีในเมือง เมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมรี่แลนด์ เมื่อปี 1949 หลังจากที่เธอให้กำเนิดทารกในคราบของซาตาน เธอก็ได้มีโอกาสเข้าทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง แต่เมื่อปีศาจตนเดิมได้หวนกลับมาตามหลอกหลอนเธออีกครั้งความโหดและขนหัวลุกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายนี้เพื่อเธอจะรอดหรือเธอจะหนีปีศาจได้อย่างไรต้องไปดู

ทำไมฉันถึงได้ชอบดู “หนังออนไลน์สยองขวัญ”!!

คนที่ชอบดู หนังออนไลน์ 2020 สยองขวัญ คุณรู้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงชอบที่จะดูถึงแม้ว่าจะกลัวก็ตาม? หนังสยองขวัญนั้นยิ่งในสมัยนี้การทำเอฟเฟคก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น มีความสมจริงขึ้นมากบางครั้งก็เล่นเอาตกอกตกใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ แต่มีคนได้กล่าวไว้ว่าการดูหนังสยองขวัญนั้นจะสามารถให้รับมือกับสถานการณ์ในชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่ดู และจะจัดการกับความวิตกกังวลของตัวเองได้ดีมากขึ้นเลยค่ะ
“ คุณรู้ไหมคะว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอด แล้วความกลัวจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ได้รับรู้ว่าสิ่งนั้นน่ากลัวอีกทั้งความกลัวยังเป็นตัวที่กระตุ้นให้เราอยู่รอดอีกด้วย มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันต่อมา ”
แปลกใจกันบ้างหรือเปล่า ว่าทำไมหรือมีอะไรที่ทำให้เรากลัวในเรื่องของผีหรือชื่นชอบในเรื่องของผี ภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาทมักจะชอบทำสิ่งต่างๆให้คนกลัวและประหลาดใจอยู่เสมอ ยิ่งแนวสั่นประสาทจะทำให้ขนหัวลุกได้ตลอดเวลา ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งกระตุ้นให้คนอยากไปดูอยากรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน บางคนก็ชอบที่จะดูดูแล้วดูอีกขนาดน่ากลัวและสยดสยองขนาดไหน แต่บางคนก็ขอโบกมืออยู่ห่างๆจะดีกว่าแล้วก็ไม่อยากจะเข้าไปดู
ทำไมฉันถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันนะ?
ในเรื่องนี้มันมีเหตุผลรองรับอยู่ เวลาที่ได้ดูหนังสยองขวัญก็จะเพลิดเพลินไปกับมันเพราะอารมณ์ที่เรียกว่า กลัว มันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ดูจึงทำให้ร่างกายนั้นหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา แต่เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาก็จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความตื่นเต้นออกมาด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้คนที่ดูนั้นมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังที่ดูอยู่นั่นเอง
พูดง่ายๆเลย คือ อารมณ์เป็นสิ่งที่ได้ถูกปรุงขึ้นมาจากในสมอง เมื่ออารมณ์กลัวจะถูกดึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองได้รับข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ที่ส่งมาจากอวัยวะสัมผัสอย่าง หู ตา จมูก และสมอง ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายส่วนอื่นๆอีกที ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมันมีความสำคัญนะคะ เพราะสมองของคนที่กำลังกลัวมันจะเตรียมตัวที่จะสู้หรือไม่ก็หนี ซึ่งเป็นสัญญาณการอยู่รอดและเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายในสภาวะนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้อวัยวะทั้งหมดที่ทำงานร่วมกันสามัคคี เพื่อให้สู้หรือหนีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ
เราสามารถกลัวได้โดยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงและไม่เคยสัมผัสกับมันจริงๆ ซึ่งการกลัวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจากการฟังหรืออ่านมาไม่ว่าจะเป็นดูโทรทัศน์หรือดูหนังภาพยนตร์สยองขวัญ เลิกกันกลัวเหล่านี้ก็เป็นคนไกลการช่วยชีวิตแต่ความกลัวบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคของชีวิตด้วย แล้วที่ชอบดูหนังสยองขวัญกันนั้นก็เพราะว่าสามารถจัดการกับความกลัวได้แล้วนั่นเอง อีกทั้งมันยังตื่นเต้นสนุกแล้วก็กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตอบสนองว่าจะสู้หรือหนี แล้วต้องบอกว่าเป็นการฝึกสัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งด้วย เอาแบบนี้เลยค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันมากเราถึงตัวผู้เขียนเองด้วย

6 อันดับหนังที่ทำรายได้สูงสุด!! 2020

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการทำลายสถิติ ดูหนังออนไลน์ ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่จากค่าย Marvel Studio กับผลงามอย่างเรื่อง Avengers End Game กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในโลกตอนนี้ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วหรือเคยดูมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำรายได้ไปเท่าไหร่…วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปดูว่าหนังที่ทำรายได้ตลอดกาลนั้นมีเรื่องไหนบ้าง
1) Avengers : End Game
ทำรายได้ไป : $2,795.9 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังภาคจบของอเวนเจอร์ เป็นการรวมเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มาไว้มากที่สุด ซึ่งจะต้องมาต่อสู้กับตัวร้ายที่จะมาทำลายโลก แล้วด้วยเนื้อเรื่องที่ดีจึงกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดนั่นเอง
2) Avatar
ทำรายได้ไป : $2,789.7 ล้านเหรียญฯ
หนังไซไฟสุดแปลกพิสดารเหนือจินตนาการของผู้กำกับอย่าง James Cameron เคยสร้างภาพยนตร์สุดคลาสสิคและเป็นตำนานอย่าง ไททานิค ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของแฟนๆมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมในปี 2009 ด้วยทุนสร้างอยู่ที่ 237 ล้านเหรียญฯ
3) Titanic
ทำรายได้ไป : $2,187.5 ล้านเหรียญฯ
เรือสำราญยักษ์ล่มที่ฆ่าชีวิตไปนับไม่ถ้วน ที่ได้ถูกมาทำเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับตำนานอย่าง James Cameron แล้วถือว่าเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดให้กับพระเอกอย่าง ลีโอนาโด อีกด้วย ตัวหนังนั้นได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 1997 ในทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ
4) Star Wars : The Force Awakens
ทำรายได้ไป : $2,068.2 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังที่สร้างมาแล้วไม่รู้กี่ภาคต่อกี่ภาคและยังเป็นเรื่องที่ทำเงินดีได้ตลอดกาล เพราะด้วยฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียง 306 ล้านเหรียญฯ
5) Avengers : Infinity War
ทำรายได้ไป : $2,048.4 ล้านเหรียญฯ
เป็นภาค 3 ของหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel ครั้งนี้ที่เราตัวละครจะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นหนังที่ใช้ระยะเวลาปูทางมายาวนานถึง 10 ปี และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หนังเข้าฉายเมื่อช่วงเดือนเมษายนในปี 2018 ซึ่งครบรอบ 10 ปีพอดีตั้งแต่ไอรอนแมน ภาคแรกกับทุนสร้างแค่ 400 ล้านเหรียญฯ
6) Jurassic World
ทำรายได้ไป : $ 1,671.7 ล้านเหรียญฯ
เป็นเรื่องตำนานสวนสนุกไดโนเสาร์ที่เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนที่ยังมีซากที่หลงเหลืออยู่จากภาคเก่า ภาคนี้พระเอกที่กำลังฮอตจากหนังแก๊งผู้พิทักษ์จักรวาลสุดป่วน Chris Pratt มารับบทนำ ตั๋วเข้าหนังฉายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียงแค่ 150 เหรียญฯ

รสนิยมในการ “ดูหนัง” สามารถบอกได้ว่าคุณเป็นคนยังไง

การดู ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง ในแต่ละแนวแต่ละประเภทนั้น คุณรู้หรือเปล่าคะว่ามันสามารถบ่งบอกถึงความเป็นคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นหนัง แอ็คชั่น ผจญภัย โรแมนติก สงคราม ตลก หรืออนิเมชั่นต่างๆ สิ่งเหล่านี้สามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณนึกได้ว่าคุณนั้นเป็นคนแบบไหน เรามาดูกันเลยว่าหนังประเภทที่คุณชอบ จะตรงกับลักษณะนิสัยของคุณหรือเปล่า?
1 : ภาพยนตร์แอคชั่น
(Action)
แนวหนังแอ๊คชั่นนั้นใช่ว่าจะใช้พละกำลังในการต่อสู้กันอย่างเดียว แต่ก็ยังมีกลยุทธ์ทางสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนหรือการรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ คนที่ชอบดูหนังแนวนี้มักจะเป็นคนง่ายๆสบายๆ เลยเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เป็นคนที่รู้จักหาความสุขได้ด้วยตัวเองและจะเอาวิธีชนะปัญหาได้อยู่เสมอ แน่นอนว่าทุกๆอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี
2 : ภาพยนตร์แฟนตาซี
(Fantasy)
เนื้อเรื่องของหนังแนวนี้มักจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่ใช้พลังลึกลับหรือเวทมนตร์ได้ บางเรื่องก็มีทั้งหนักสมองและเบาสมอง แนวแฟนตาซีนั้นก็จะมีเรื่องการผจญภัยที่เหนือธรรมชาติมีอุปสรรคและภารกิจต่างๆมากมาย ถ้าหากคุณเป็นคนชื่นชอบหนังประเภทนี้แสดงว่าคุณไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ เพราะคุณเป็นคนขี้เบื่อจึงชอบทดลองทำสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ สนใจเรื่องวิทยาการเทคโนโลยีความก้าวหน้านั่นเอง
3 : ภาพยนตร์ผจญภัย
(Adventure)
แนวนี้มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการทำภารกิจเป็นหลัก แต่แต่งด้วยปริศนาที่จะต้องออกตามหาและแก้ไขปัญหาให้บรรลุเป้าหมาย คนที่ชอบดูหนังแนวนี้ก็มักจะมีนิสัยที่ชอบความท้าทายตื่นเต้น ชอบการเดินทางและมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูง เป็นคนชอบทำอะไรเสี่ยงๆ กล้าได้กล้าเสีย แล้วไม่ค่อยจะกลัวอะไรสักเท่าไหร่
4 : ภาพยนตร์โรแมนติก
(Romantic)
ใครที่ชอบดูแนวนี้แน่นอนว่าคุณจะต้องเป็นคนที่ช่างฝันมากแน่ๆ คุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและสวยงาม ไม่ชอบแสดงความรู้สึกให้คนอื่นเห็นสักเท่าไหร่ คุณมีจินตนาการและชอบวาดฝันว่าชีวิตนี้สวยหรูและโรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเฉพาะในเรื่องความรัก ซึ่งแนวนี้ในบางเรื่องก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายถึงจะลงเอยด้วยกัน บางเรื่องก็ต้องปรับผ้ากันเป็นหนังโรแมนติกที่อาจจะทำให้เราเสียน้ำตา แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นตัวก่อให้เกิดความโรแมนติกระหว่างคนสองคน
5 : ภาพยนตร์ตลก
(Comedy)
ความสุขสนุกสนาน เฮฮา บันเทิงใจ และความมองโลกในแง่ดี จะมีอยู่ในตัวคุณหมด ไม่ว่าจะเป็นมิตรกับคนรอบข้างเป็นคนขี้เล่น ใจกว้าง รักอิสระ อารมณ์ดี คุณเป็นคนชอบสร้างสีสันให้กับคนอื่นอยู่เสมอ และถึงแม้ว่าหนังแนวนี้จะเน้นสร้างอารมณ์ขันให้กับคนดู แต่ก็จะมีแง่คิดดีๆเข้ามาสอดแทรกด้วยเสมอ
6 : ภาพยนตร์แอนิเมชั่น
(Animation)
คนที่ชอบดูหนังประเภทนี้มักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ไม่ชอบอยู่นิ่งจึงอาจจะขี้เบื่อบ้างในบางที เพราะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ ช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ โชคทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอนั่นเอง

เบื่อเซ็งๆแบบนี้…ลองดูหนังออนไลน์ดูสิ!

รู้สึกเบื่อๆ….ไม่มีอะไรทำ การดู หนังออนไลน์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะแก้เบื่อแก้เซ็งได้ เพราะเวลาที่เรารู้สึกเบื่อๆไม่มีอะไรทำก็มักจะหาหนังสักเรื่องหนึ่งดู แต่ทำไมจะต้องดูหนัง? เมื่อรู้สึกเบื่อหรือเซ็งมันจะช่วยได้หรอ? แล้วจะดูหนังแนวไหนล่ะ?
หนังนั้นไม่ได้ให้คำตอบกับความคิดของเราในเวลาที่เครียดอยู่ แต่การดูหนังก็ทำให้รู้สึกว่าความคิดเบื่อๆหรือเครียดมันก็หายไปหรือเบาลงเมื่อดูหนังจบ บางครั้งก็รู้สึกได้เจอทางออกโดยบังเอิญ เราเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการดูหนังเป็นอย่างมาก แล้วเวลาเครียดก็จะดูพวกหนังตลกคอมเมดี้ต่างๆ หนังพวกนี้จะช่วยให้ผ่อนคลายและลืมเรื่องที่ทำให้เราปวดหัวลงได้
ทำไมต้องดูหนังล่ะ…เมื่อรู้สึกเบื่อหรือเครียด?
จริงๆมันเป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่ต้องคิดเยอะอะไรเลย ไม่มีเรื่องเทคนิคหรืออะไรก็ตามที่เพื่อนๆกำลังคิดอยู่ แต่การดูหนังนั้นมันจะช่วยให้เราพักสมองพักจิตใจ ทำให้เมื่อได้ดูหนังก็จะทำให้มีแรงที่ดีกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็น สมอง ความคิด จิตใจ ในที่ว่าไปเมื่อกี้ จริงๆมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดูหนังก็ได้ เพราะแต่ละคนมีความผ่อนคลายความรู้สึกที่แตกต่างกัน
ตัวอย่าง
การฟังเพลง
ถ้าหากให้เปรียบเทียบกับการฟังเพลง : การฟังเพลงนั้นมันจะใช้เพียงประสาทหูในการรับรู้ ยิ่งฟังเพลงซ้ำๆอาจจะคุ้นชินจนไม่ได้ตั้งใจฟังมันจริงๆ บางครั้งเจอเพลงที่ทำให้กระทบจิตใจแล้วทำให้วนคิดแต่เรื่องเดิมๆ แล้วเนื้อหาบางเพลงก็ไม่ได้ช่วยให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น เช่น การฟังเพลงอกหักแล้วคนที่ฟังนั้นกำลังอกหักอยู่ ก็จะยิ่งทำให้กระทบจิตใจตัวเองจมมากขึ้นเป็นต้น
การดูภาพยนตร์
หนังจะแตกต่างจากการฟังเพลง : เป็นการใช้ “ตาดู หูฟัง สมองคิด” ฟังแล้วรู้สึกเหมือนคำเลยบางอย่างในตอนเด็กๆ การดูหนังมันทำให้เรากลืนไปกับมัน หนังมันทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแนวของหนังก็จะมีหลายประเภท เช่น แนวตลก แนวแอคชั่น แนวดราม่า แนวเสียดสีสังคม การ์ตูนอนิเมชั่น เป็นต้น ยิ่งเราได้ติดตามหนังก็ทำให้รู้สึกสนุกไปกับมันและทำให้ลืมเรื่องอื่นๆไปได้อีกด้วย ง่ายๆว่าถ้าหากรู้สึกไม่ดีเมื่อดูหนังจบความรู้สึกนั้นมันก็จะดีขึ้นนั่นเอง
เจอหนังยิ่งดู ยิ่งเครียด จะทำยังไงล่ะ?
อาจมีคนรู้สึกว่าหนังอะไรก็ไม่รู้ดูไม่รู้เรื่อง แล้วถ้าเจอหนังห่วยๆนั้นจะทำยังไงดี ถ้าหากเจอหนังภาพยนตร์ห่วยๆ …ก็ควรจะหยุดดูมันซะ! เพราะบางทีหนังที่คุณดูอยู่คุณอาจจะไม่ชอบแนวนั้นก็ได้ ลองหาหนังแนวที่ตัวคุณชอบเพราะถ้าหากว่าชอบรับรองว่าดูยังไงก็สนุก แต่ถ้าบางหนังที่ห่วยจริงๆก็ไม่ควรที่จะไปดู แนะนำเลยนะคะให้ดูรีวิวหนังก่อนที่จะเข้าไปดูเรื่องนั้น ดูตัวอย่างก่อนก็น่าว่ามันน่าดูไหม..มันเป็นยังไง..น่าสนใจหรือเปล่า? แล้วขอแนะนำอีกนิดนึงถ้าหากว่าเครียดอยู่ก็อยากได้ไปดูหนังที่มันเครียดๆเข้าไปอีก ให้ไปดูพวกแนวตลกเบาสมองจะดีกว่าเพื่อที่จะผ่อนคลายสมองได้มากขึ้น
การดูหนังนั้นบางครั้งมันให้อะไรเรามากกว่าที่คุณคิด “ให้ทั้งแรงบันดาลใจ ในเรื่องการใช้ชีวิต ไปในสิ่งที่ไม่เคยไปมาก่อน…รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิตนี้ หนังบางเรื่องที่ดูบางทีเมื่อดูจบก็อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้…”

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย

6 แอพที่คนรักหนังออนไลน์ จะต้องมีติดไว้

ใครคอหนัง ดูหนังออนไลน์ บ้างเอ่ย?.. ใครที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรืออยากดูหนังแต่ไม่รู้จะดูทางไหนดี วันนี้ขอมาแนะนำแอปที่คอหนังทุกคนต้องมีในเครื่อง รับรองเลยค่ะว่าถูกกฎหมาย ที่สำคัญเป็น App ดาวน์โหลดได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีแอปอะไรบ้าง โกๆ!
Application ที่คอหนังทุกคนต้องมีติดเครื่อง
1. MONOMAX
เป็น Application ที่รวมทุกความบันเทิงที่สามารถดูได้กันทั้งครอบครัว อีกทั้งยังดูแบบไม่อั้นอยากดูเช้ายันเช้าอีกวันก็ยังได้เลย การใช้งานของแอปนั้นก็ง่ายมากๆซึ่งเขาจะมีการจัดหมวดประเภทหนังไว้กว่า 10 หมวด อยากจะดูแบบไหนหมวดไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจ ข้อดีของ แอปนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือสามารถดูแบบบรรยายไทยและพากย์ไทยได้ ใครที่ไม่ชอบอ่านก็สามารถเลือกเป็นพากย์ไทยได้เลย
2. Viu
ใครที่ชอบดูหนังเอเชียหรือดูซีรีย์ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไทย แม้แต่ละรายการทีวี แอปนี้น่าจะเหมาะกับคุณมาก อีกทั้งยังเป็นแอปที่ดาวน์โหลดได้ฟรีแต่จะมีบางรายการที่ดูไม่ฟรีนะคะ แนะนำว่าให้สมัครเป็นสมาชิก VIP ก็จะได้รับชมแบบตัวเต็ม การใช้งานของแอปนั้นจะมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เลือกเช่นซีรีย์เกาหลี ซีรีย์ญี่ปุ่น ซีรี่ย์ไทย ซีรีย์ฮ่องกง อะไรต่างๆเพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการรับชมนั่นเอง
3. TrueID TV
เป็นแอปที่ครบครันเรื่องความบันเทิงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวีสด ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี ที่ครบเครื่องเก็บทุกอารมณ์ความบันเทิงไว้ที่นี่แบบระดับ HD สามารถโหลดใช้ฟรีทุกเครือข่าย ใครที่เป็นลูกค้าทรูอยู่แล้วก็ยิ่งใช้แอปนี้ได้สะดวกขึ้นไปอีก ถ้าหากดูผ่านมือถือไม่ใหญ่ ไม่ถูกใจก็สามารถส่งภาพไปโทรทัศน์ก็สามารถดูได้อย่างเต็มตาสะใจยิ่งขึ้น
5. LINE TV
เป็นแอปโดยที่ไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเป็นรายปีหรือรายเดือน คุณจึงสามารถสนุกกับละครซีรีย์รายการบันเทิงต่างๆที่ทางแอปจัดสรรมาให้ อีกทั้งถ้าหากไม่ทันรายการอะไรก็สามารถดูแบบย้อนหลังได้ที่นี่อีกด้วย แล้วทีเด็ดกว่านั้นเลยก็คือแอปนี้จะมีรายการหรือหนังบางอย่างที่สามารถชมได้เฉพาะที่นี่ที่เดียว ไม่มีที่อื่นนะจ๊ะ
6. Netflix
เป็นแอปดูหนังยอดฮิตที่หลายๆคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก มีหนังมีซีรี่ย์ดีๆมากมายในแอปนี้ มีการจ่ายเป็นรายเดือนที่สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเท่าไหร่ เป็นแอปที่สามารถหารกันได้หลายคน สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูหนังแอปนี้จะแบ่งเป็นแนวภาพยนตร์ออกเป็นหมวดหมู่ เช่น หนังตลก ดราม่าและอื่นๆ ซึ่งถ้าอยากจะดูเรื่องไหนไว้ดูทีหลังก็สามารถกดเพิ่มเข้าไปในการของฉันได้ อีกทั้งยังมีหนังเฉพาะที่ Netflix สร้างขึ้นมาอีกด้วย เป็นแอปที่ดูไม่ธรรมดาจริงๆ

7 หนังแอนิเมชั่น ที่ได้ข้อคิดในการใช้ชีวิต

หลายครั้งที่เราอยากจะหนีออกจากความเป็นจริง แล้วหันเข้าสู่โลกของแอนิเมชั่นหรือ ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง แทน… เพื่อนๆรู้ไหมว่าในหนังแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับโลกของเราไว้มากมาย ไม่ว่าจจะเป็นการให้แง่คิด การรณรงค์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่แอนิเมได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวภาพที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยแง่คิดต่างให้เราได้นำกลับไปคิด
วันนี้เราจึงรวมแอนิเมชั่นที่สะท้อนสังคม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต ที่ให้แง่คิดกับผู้ชม มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนกันบ้าง…
1 : The Lion King (1994)
ระยะเวลา : 89 นาที
เป็นเรืองราวที่เกี่ยวเหล่าสิงโต ที่ตัวดำเนินเรื่องเป็นลูกของสิงโตตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Simba ที่ภายในภาคหน้านั้น เค้าจะกลายเป็นราชาของสรรพสัตว์ และด้วยความซนและอยากรู้อยากเห็นของสิงโตตัวน้อยนี้ ก็กลายเป็นความเดือดร้อนที่จะต้องสูญเสียพ่อตัวเองไป
2 : Toy Story 3 (2010)
ระยะเวลา : 103 นาที
เชื่อว่าหลายคนก็โตมาพร้อมกับเรื่องนี้ ซึ่งในภาคนี้จะเป็นภาคต่อเมื่อของเล่นได้ถูกส่งไปผิดบ้าน แล้วดันไปอยู่ห้องใต้หลังคาของศูยน์เด็กเล็ก ทำให้ Woody และเหล่าเพื่อนๆของเล่น จะต้องงทำภารกิจในการกลับถึงบ้านให้ได้ก่อนที่ Andy จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย
3 : WALL·E (2008)
ระยะเวลา : 98 นาที
เป็นเรื่องของโลกที่ล่มสลายไปแล้วโดยที่…มนุษย์เป็นคนที่ค่อยๆทำลายโลกของตัวเอง แล้วก็ได้ย้ายไปอยู่บนอวกาศ โดยสิ่งมีหุ่นยนต์เก็บขยะเล็กๆอยู่บนโลกเพียงลำพัง แต่จุดเปลี่ยนแปลงก็ได้มาถึง อีกทั้งหุ่นตัวนี้ก็ยังเป็นหุ่นที่ตัดสินชะตากรรมของโลกอีกด้วย
4 : Up (2009)
ระยะเวลา : 96 นาที
เป็นเรื่องราวการเดินทางของคุณปู่ Carl ที่ติดลูกโป่งเต็มบ้าน เพื่อที่จะทำตามความฝันของภรรยาที่เสียชีวิตไป แต่แล้วในการทำแบบนั้น…ก็ทำให้ชีวิตของปู้นั้นนเปลี่ยนไป และการเริ่มผจญภัยก็ได้รเริ่มต้นขึ้น
5 : How to Train Your Dragon (2010)
ระยะเวลา : 98 นาที
เมื่อเด็กหนุ่มชาวไวกิ้งที่ดูเหมือนจะไม่มีความไวกิ้งในตัวเอง จะต้องล่ามังกรเพื่อพิสูจน์ความเข้มแข็งของตัวเองเพื่ออยากให้ผู้เป็นพ่อได้ภูมิใจ และอยากให้สาวที่ตัวเองชชอบยอมรับ จนได้ไปพบกับมังกรหายากเข้าตัวหนึ่ง เขาจึงได้รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่ามังกร และอยากจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด
6 : Monsters, Inc. (2001)
ระยะเวลา : 92 นาที
เมื่อพลังของมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาด ขึ้นอยู่กับการตกใจกลัวหรือเสียงกริ๊ดของเด็กๆ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กๆเหล่านนั้นกลับไม่กลัวหรือตกใจกลัว มอสเตอร์ 2 ตัวเอกในเนื้อเรื่องเลย งานนี้ งานเข้าพวกเขา จึงจะต้องหาทางทำให้เด็กกลัวให้ได้
7 : Beauty and the Beast (1991)
ระยะเวลา : 84 นาที
เมื่อ เบลล์ ได้รู้ว่าพ่อของเธอได้ถูกอสูรที่อยุ่ในปราสาทจับตัวไว้ เธอจึงจะต้องเข้าไปช่วยพ่อของเธอให้ได้ และแล้วชีวิตเธอก็ได้เปลี่ยนไปเเมื่อได้พบกับอสูรตนนี้ อีกทั้งเธอก็ไม่รู้เลยว่าอสูรนั้นแท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายรูปงามที่ถูกสาปซ่อนอยู่

5 หนังเรื่องราวความรัก ที่จะคิดถึงตลอดไป

หนังชนโรง เรื่องราวความรักของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกัน บางคนก็สมหวัง บางคนก็อกหัก บางคนรักกันแต่ก็ต้องจากลา หนังรัก…หนังที่บอกเล่าถึงความทรงจำที่สุดประทับใจในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องจากลากันไป วันนี้เราจะมาแนะนำหนังเรื่องราวความรัก ที่รู้สึกจะคิดถึงตลอดไป…
5 หนังเรื่องราวความรัก ที่จะคิดถึงตลอดไป
1 | Before We Go (2014)
“นิก” ที่กำลังจะมีออดิชั่นเข้าวงดนตรี แต่กะถอดใจเพราะเห็นแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมา 6 ปีมีคนใหม่ แล้วในคืนวันเองเขาก็ได้ช่วยเหลือหาทางกลับบ้านให้ “บรู๊ค” เพราะกระเป๋าของเขานั้นถูกขโมยแถมมือถือยังเสียติดต่อใครไม่ได้อีก อีกทั้งยังจะต้องรีบกลับบ้านต่างเมืองก่อนที่สามีจะถึงบ้านด้วย และในคืนนั้นทำให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
2 | Before Sunrise (1995)
เป็นเรื่องราวของ “เจสซี่” ที่ได้พบกับ “เซลีน” การได้พบกันของพวกเขานั้นเป็นเรื่องบังเอิญบนรถไฟ หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันถูกคอก็ต้องถึงเวลาที่จะต้องแยกออกจากกัน เมื่อชายหนุ่มต้องแยกตัวลงที่เวียนนาส่วนหญิงสาวก็ต้องนั่งรถไฟไปปารีส แต่แล้วเขาก็ได้ตัดสินใจชวนหญิงสาวเดินเที่ยวเล่นกับเขาที่เวียนนาใน 1 คืน แล้วเรื่องราวโรแมนติกก็ได้เกิดขึ้น
3 | Somewhere in Time (1980)
เปิดเรื่องด้วยงานเลี้ยงละครเวทีเรื่องแรกของ “ริชาร์ด” ที่อยู่ๆก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินเอานาฬิกามายัดใส่ข้อมือเขาแล้วก็บอกว่า “กลับมาหาฉัน” แล้วเขาก็ไปหาค้นข้อมูลของเธอจนพบว่าเธอคือ “แมคเคนน่า” นักแสดงละครเวทีชื่อดังในยุค 1910 และแล้วเขาก็หมกมุ่นเรื่องของเธอเป็นอย่างมาก จึงสะกดจิตตัวเองให้ย้อนเวลากลับไปหาเธอในยุคนั้น
4 | Lost in Translation (2003)
“บ็อบ แฮริส” นักแสดงขาลงวัยกลางคน เขากำลังประสบปัญหาในเรื่องของความรู้สึกที่เบื่อหน่ายภรรยา แล้วยังต้องมารับงานถ่ายโฆษณาที่รู้สึกอึดอัดในญี่ปุ่น ส่วน “ชาลอต” นักศึกษาที่เพิ่งจบปริญญา ได้ติดตามสามีที่เป็นช่างภาพมาทำงานที่ญี่ปุ่น รายการที่เขาทำงานทั้งวันจนไม่มีเวลาให้เธอเธอจะรู้สึกเหงา แล้วด้วยความบังเอิญเมื่อทั้งสองคนได้เจอกัน มิตรภาพก็เริ่มก่อตัวขึ้น
5 | Titanic (1997)
เป็นหนังที่คนไทยต่างขนานนามว่าชู้รักเรือล่ม เป็นเรื่องราวของ “แจ็ค” จิตกรหนุ่มที่แอบขึ้นเรือ Titanic เพื่อตามหาความฝันของตนเอง และเขาก็ได้บังเอิญพบกับ “โรส” หญิงสาวสูงศักดิ์ การพบกันของเขาทั้งสองคนนี้ทำให้เขาตกหลุมรักเธอจนหมดใจ และเธอเองก็ไม่ค่อยพอใจกับชีวิตเพราะเกิดมาในการรับแรงกดดันต่างๆและการวางตัวในการใช้ชีวิต ทั้งคู่ได้ตกหลุมรักกัน และในเพียงไม่กี่วันเหมือนความรักของพวกเค้าก็จบลงสั้นๆ

6 หนังเกาหลีที่ยอดเยี่ยม ที่ต้องหามาดูให้ได้

หนังชนโรง ใครที่เป็นคอหนังเกาหลีแล้วละก็ วันนี้เราจะมาแนะนำ 6 หนังเกาหลีที่ยอดเยี่ยม ที่พวกคุณจะต้องหามาดูให้ได้ไม่อย่างนั้นจะเสียใจแน่นอน เดี๋ยวนี้ประเทศเกาหลีได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเต้น หรือแม้กระทั่งเรื่องหนังก็ตาม มีหนังหลายเรื่องมากของประเทศนี้ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลา….มาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่น่าสนใจ Go go!
1 | Memories of Murder (2003)
หนังได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเกาหลีช่วงปี 1986 – 1991 เป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดกับหญิงสาวในวันที่ฝนตก หนังสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้จะมีความเป็นธรรมชาติมาก ทำให้รู้สึกว่าเป็นภาพสะท้อนของเหตุการณ์จริง ตัวละครในเนื้อเรื่องก็มีความหลากหลายด้านอารมณ์และในขณะเดียวกันก็ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครเหล่านี้
2 | A Hard Day (2014)
เมื่องานศพของแม่เขากำลังเริ่มขึ้น แล้วตำรวจสืบสวนภายในก็กำลังมุ่งหน้าไปยึดหลักฐานเพื่อจับเขาข้อหารับสินบน เขาก็เลยขับรถแบบเร่งรีบจนขับรถชนคนตาย และนั่นมันเป็นเรื่องที่ซวยแบบสุดๆ เนื้อเรื่องนี้เขาสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองประสบเคราะห์กรรมจนไม่รู้ว่าจะซวยอะไรขนาดนี้
3 | A Tale of Two Sisters (2003)
ซูมี และ ซูหยวน สองเด็กสาวพี่น้องที่เดินทางกลับบ้านหลังพักฟื้นจากความเจ็บป่วยที่ยาวนาน แล้วก็ต้องเจอกับพ่อที่ห่างเหินและแม่เลี้ยงที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเธอ บ้านหลังนี้ที่พวกเธออยู่กับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด และขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องกับผู้ใหญ่ในบ้านก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
4 | My Sassy Girl (2001)
เป็นหนังที่อิงมาจากความจริงในอินเทอร์เน็ตของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ได้เล่าถึงความสัมพันธ์ของเขาและแฟน เขาได้พบหญิงสาวที่เมามายไม่รู้เรื่องบนรถไฟ ผู้โดยสารรอบข้างแต่ก็เข้าใจว่าเค้าเป็นแฟนของเธอ และเพราะแบบนั้นเขาจึงจะต้องจำใจยอมช่วยเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ และนั่นก็เป็นเรื่องราวความผูกพันที่เริ่มก่อตัวขึ้น
5 | Mother (2009)
“ดูจุน” หนุ่มปัญญาอ่อนที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรม หลังหลักฐานได้ชี้ไปที่เขาว่าเขาเป็นคนฆาตกรรม และได้โดนล่อลวงให้เซ็นรับคำสารภาพผิด และนี่ก็ทำให้แม่ของเขาเชื่อว่าลูกชายของเธอนั้นบริสุทธ์สุดอย่างแน่นอน การสืบสวนสอบสวนจึงได้เกิดขึ้น
6 | Oldboy (2003)
ชายที่จู่ๆก็ได้ถูกจับขังไว้ในห้องแห่งหนึ่ง พอเวลาผ่านไปถึง 15 ปีเขากลับถูกปล่อยตัวออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ และการที่เขาออกมาได้นั้นเป้าหมายใหม่เกิดขึ้น ไล่ล่า ล้างแค้น คนที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ที่ทำให้เขาถูกกระทำแบบนี้